ความเสียหายจากการเลือกใช้ซอฟท์แวร์ที่ไม่มีคุณภาพ
การทำงานขายฝ่ายบัญชีเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
และไม่มีประสิทธิผล
เกิดความล่าช้าในการทำงาน
ซึ่งจะมีผลกระทบกับฝ่ายอื่น ๆ ในองค์กร
ทำให้เสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ
เนื่องจากขาดข้อมูลที่จะช่วยในการตัดสินใจ
ไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรแต่กลับจะสร้างปัญหา
ให้กับการ ทำงาน
เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว
โอกาสที่จะสูญเสียพนักงานที่มีคุณภาพออกจากบริษัท
ไม่ค่อนข้างสูง
เพราะเบื่อหน่ายต่อซอฟท์แวร์ที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกวัน
ไม่มีโอกาสพัฒนาระบบงานให้ก้าวหน้าต่อไป
ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเลือกซื้อซอฟท์แวร์ตัวใหม่อีก
เมื่อมีการเลือกซื้อซอฟท์แวร์ตัวใหม่อีกครั้ง
จะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการที่จะเริ่มต้นระบบงานใหม่อีกรอบ
องค์กรไม่เจริญก้าวหน้า
ขาดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจเพราะขาดเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ
จะทราบได้อย่างไรว่าซอฟท์แวร์ตัวไหน มีคุณภาพตามที่ต้องการ ?
เราเข้าใจปัญหาของท่านเป็นอย่างมากเพราะบางบริษัทเปลี่ยนซอฟท์แวร์
แล้วหลายครั้งยังหาที่ถูกใจไม่ได้เลย
บริษัทที่จำหน่ายซอฟท์แวร์ในปัจจุบันมีเป็นจำนวนมากดูคุณสมบัติของโปรแกรมแล้วไม่ต่างกันเลย
ถ้าไม่พิจารณาให้ดีเป็นไปได้ยากที่จะเลือกใช้ได้ตามที่เราต้องการ
บางบริษัทขายแล้วทิ้งลูกค้าเลย ไม่สนใจลูกค้าเก่า
หาลูกค้าใหม่ไปเรื่อย
เพราะเขามองว่าขออยู่ได้เพียงแค่วันนี้พอโอกาสหน้า ค่อยว่ากันใหม่
นานวันเข้าไม่มีลูกค้าก็ปิดกิจการก็มี ไม่มีความรับผิดชอบต่อลูกค้า
ไม่มี Commitment
ต่อลูกค้าไม่มีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพผู้ขายซอฟท์แวร์ประเภทนี้
ไมได้คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจของลูกค้าเลยแม้แต่น้อย
การเปิดกิจการพัฒนาและจำหน่ายซอฟท์แวร์เป็นเรื่องไม่ยากแต่การจะดำรงไว้ซึ่งบริษัทที่ดีมีคุณภาพ
เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
ต่อไปนี้เรามาพิจารณาเลือกซอฟท์แวร์ร่วมกันว่าจะเลือกซอฟท์แวร์จากบริษัทไหนดี
1.
เลือกบริษัทที่มีชุด Demo ไว้ให้ทดลองใช้
ถ้าคุณไม่ได้ทดลองใช้แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าใช้ได้จริงตามที่โฆษณา
บางบริษัทบอกคุณว่าไม่มีนโยบายให้ชุด Demo กับลูกค้า
กลัวว่าลูกค้านำไปแล้วดูไม่เป็น ใช้งานไม่เข้าใจ
บริษัทนั้นอาจจะพยายามเบี่ยงประเด็นของลูกค้ามากกว่า
ถ้าซอฟท์แวร์ดีจริงใช้งานง่ายจริงก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับการที่ลูกค้าจะทดลองใช้งาน
โดยส่วนมากที่พบบ่อย ๆ สำหรับผู้ขายประเภทนี้ก็คือ
โปรแกรมยังไม่สมบูรณ์มี BUG หรือไม่ก็จะใช้งานค่อนข้างยาก
2.
เลือกบริษัทที่มีการพัฒนาซอฟท์แวร์อย่างต่อเนื่อง ข้อนี้สำคัญมาก
เพราะลูกค้าใช้ซอฟท์แวร์เขา
ถ้าเขาไม่พัฒนาความสามารถของซอฟท์แวร์ต่อหรือเทคโนโลยีของเขาล้าหลัง
ธุรกิจของคุณก็จะล้าหลังตามไปด้วย คุณไม่มีโอกาส Upgrade
โปรแกรมที่มีความสามารถใหม่ ๆ เลย
ทุกวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
ซอฟท์แวร์ที่ไม่มีการพัฒนาเลยเช่นเมื่อ 5 ปี 10 ปี
อนาคตอีกไม่นานคุณก็ต้องหาซื้อซอฟท์แวร์ตัวใหม่แน่นอน
เพราะทุกวันนี้โปรแกรมอยู่บน Windows เกือบหมดแล้ว
ปัจจุบันซอฟท์แวร์บางตัวสามารถทำงานบน Internet ได้แล้ว
3. เป็นโปรแกรมบน
Windows 100 %
บางท่านเคยถูกผู้ขายซอฟท์แวร์หลอกมาแล้วว่าเป็นโปรแกรมที่สามารถใช้ได้บน
Windows 95, 98, NT, 2000 แต่ความจริงแล้วเป็นโปรแกรมบน DOS
คุณต้องการให้ชัดเจนว่าเป็นโปรแกรม DOS หรือ Windows
4.
เลือกบริษัทที่มีทีมบริการหลังการขายอย่างดีเยี่ยม
บางบริษัทไม่มีบุคลากรที่ชำนาญทางด้านบัญชีเพื่อให้คำแนะนำแก่ลูกค้าเลย
บางบริษัทไม่ได้คำนึงถึงการบริการหลังการขายเลย
สนใจเฉพาะตอนที่คุณจะมาเป็นลูกค้าเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่ได้ใส่ใจในการที่จะบริการคุณเลย
คุณต้องหาโอกาสเข้าไปในสถานที่ทำงานของผู้ขายซอฟท์แวร์ให้คุณบ้างหรืออาจจะโทรเข้าไปคุยกับเขาตอนที่คุณกำลังทดลองใช้โปรแกรม
DEMO ก็ได้
5. อย่าคำนึงแต่สีสรรสวยงามอย่างเดียว
อย่าลืมว่าคุณกำลังมองหาซอฟท์แวร์ที่มีคุณภาพเข้าช่วยงาน
สีของโปรแกรมที่หลากหลายคงสวยงามเฉพาะที่เห็นครั้งแรก ๆ เท่านั้น
หากท่านใช้งานไปนาน ๆ คงลำบากสายตา
จะเห็นได้ว่าโปรแกรมวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ถ้าสังเกตให้ดี ๆ
แทบจะไม่เห็นสีสรรต่าง ๆ
โปรแกรมที่สีหลากหลายจะเป็นปัญหาสำหรับสายตาในระยะยาว
6.
เลือกบริษัทที่รับแก้ไข ดัดแปลง (Modify) ให้เข้ากับงานของท่าน
จากประสบการณ์ที่เคยใช้ซอฟท์แวร์ระบบบัญชีมานานมีข้อสังเกตอยู่ว่า
ซอฟท์แวร์ระบบบัญชีที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปไม่สามารถจะรองรับงานของคุณได้ทั้งหมด
เวลาฝ่ายของซอฟท์แวร์นำเสนอคุณสมบัติและความสามารถของโปรแกรม
เป็นไปได้ยากมากที่จะเข้าใจตรงกันในทุก ๆ เรื่อง มีรายละเอียดต่าง
ๆ
อีกมากมายที่คุณอาจไม่ได้สอบถามหรือถามแล้วอาจจะได้รับคำตอบไม่ชัดเจน
เวลานำซอฟท์แวร์เข้าไปปฏิบัติงานจริงอาจมีบางจุดที่ท่านอยากจะให้ผู้ขาย
Modify โปรแกรมให้สะดวกต่อการใช้งานของท่านซึ่งถ้าหากได้รับการ
Modify แล้วระบบการทำงานของท่านจะสะดวกรวดเร็ว
และประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก แล้วผู้ขายรายนั้นรับ
Modify โปรแกรมให้กับท่านหรือไม่ ?
ลักษณะโดยทั่วไปของซอฟท์แวร์ที่มีอยู่มีดังต่อไปนี้
1.
ซอฟท์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาใช้งานเอง
 ข้อดี
- ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ - มีความยึดหยุ่นสูง
 ข้อเสีย
- ลงทุนสูง - ใช้เวลาในการพัฒนานาน -
โอกาสในการพัฒนาไม่สำเร็จมีสูงถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทีมงาน
2. ซอฟท์แวร์สำเร็จรูป
(Package)
 ข้อดี
- สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อการติดตั้งสำเร็จ -
ราคาถูกกว่าการพัฒนาซอฟท์แวร์ใช้เองมาก
 ข้อเสีย
- ไม่รับ Modify ให้กับลูกค้า
3.
ซอฟท์แวร์ที่เป็นกึ่งสำเร็จรูป (Package)
เป็นการแก้ปัญหาของซอฟท์แวร์ทั้งสองประเภทที่ได้กล่าวมาแล้ว
เมื่อมีซอฟท์แวร์ที่เป็นชุดมาตรฐาน (Standard) แล้วสามารถนำมา Modify
ให้เข้ากับงานของท่านได้โดยเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก
7. เลือกบริษัทที่มี
Commitment ต่อลูกค้า
การจะหาบริษัทที่มีความรับผิดชอบสูงต่อลูกค้าไม่ใช่เป็นเรื่องที่หาได้ง่าย
ๆ ในธุรกิจซอฟท์แวร์ของไทยเรา
โปรแกรมเมอร์คนไทยโดยส่วนใหญ่มีความสามารถไม่ได้น้อยไปกว่าชาวต่างชาติ
แต่สิ่งที่โปรแกรมเมอร์คนไทยขาดคือความเป็นมืออาชีพ (Professional)
ขาดการทำงานร่วมกันเป็นทีม มองไม่เห็นความสำคัญของธุรกิจลูกค้า
บางบริษัทลืมไปว่าลูกค้าเป็นผู้มีพระคุณต่อพวกเขา
จากประสบการณ์ที่ได้รับทราบจากลูกค้าบางรายที่เล่าให้ฟังว่า
เคยซื้อซอฟท์แวร์มาหลายครั้งเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก
มีปัญหาในการใช้งานมาตลอด เช่น ใช้งานยาก ไม่รับ Modify บ้าง
ไม่บริการลูกค้าหรือบริการไม่ดี มีพฤติกรรมไล่ลูกค้า
คิดเพียงแต่ว่าเก็บเงินกับลูกค้าหมดแล้วลูกค้ารายนี้คงไม่ได้ซื้ออีก
(ลักษณะพิเศษที่ดีของซอฟท์แวร์คือ
ซื้อแล้วไม่ต้องซื้ออีกนอกจากจะเป็นการ Upgrade)
ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะบางบริษัทมีนโยบายเพียงแค่ว่าจะทำอย่างไรจะทำให้ขายได้อย่างเดียว
มองหาลูกค้ารายใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ สาเหตุอาจเกิดจากการที่ไม่มีค่า
Maintenance
รายปีก็เลยไม่สนใจลูกค้าที่ได้เคยจ่ายเงินไว้แล้วหาเงินกับลูกค้ารายใหม่
ๆ ที่ไม่รู้จักพฤติกรรมของตัวเอง
เราเข้าใจว่าคนที่ธุรกิจแบบานี้คงอยู่ได้สักระยะเวลาหนึ่ง
เมื่อหมดลูกค้ารายใหม่ก็ต้องปิดกิจการลง
8.
เลือกซอฟท์แวร์ที่ใช้งานได้จริง
บางท่านอาจจะถามกลับว่าซอฟท์แวร์ที่มีอยู่ ณ
ปัจจุบันใช้งานได้จริงหรือไม่ปัญหาโดยทั่วไปที่เกิดขึ้นจากซอฟท์แวร์ที่ไม่มีคุณภาพแล้วทำให้เกิดการใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง
เช่น
- ข้อมูลไม่ถูกต้อง
เกิด ERROR อยู่ตลอดเวลาในขณะที่ทำงาน
-
ไม่มีรายงานตามที่ต้องการ
มีหลายบริษัทที่เลือกซื้อซอฟท์แวร์โดยที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายงาน
ยิ่งถ้าเป็นโปรแกรมที่เป็น Package
ต้องดูรายละเอียดว่าเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่
หากคุณขออะไรที่เพิ่มเติมภายหลัง ู้ขายส่วนใหญ่จะไม่ยอมทำให้คุณต้องเปรียบเทียบ
ในเรื่องของรายงานอย่างละเอียด
ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด
ซอฟท์แวร์ที่ดีจะต้องมีทั้งรายงานข้อมูลรายวันและรายงาน เพื่อการวิเคราะห์
สำหรับผู้บริการ
-
รายงานที่ได้ไม่ถูกต้อง และไม่สามารถออกรายงานที่ยาก ๆ
ได้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายงานเพื่อการวิเคราะห์สำหรับผู้บริการ
- โปรแกรมทำงานช้า
ออกรายงานช้า ทำให้เสียเวลาในการทำงาน
|